การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์

บทคัดย่อ :

หัวข้อวิจัย : การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาคของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่                        6/2 โรงเรียนบึงมะลูวิทยา  จังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้โดยใช้วิธีการสอนแบบซิปปา (CIPPA Model)

ผู้วิจัย  : นายวงศ์พันธ์  เวียงนนท์

ปีการศึกษา   :    2563

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งมีมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบ     ซิปปา เรื่องฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาค ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาค ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 ก่อนและหลังการใช้วิธีการสอนแบบซิปปา 3) ศึกษาความพึงพอใจ ต่อการจัดกิจกรรมเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาค ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 กลุ่มเป้าหมายที่ ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนบึงมะลูวิทยา จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 27 คน ซึ่งได้มาด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา รายวิชาฟิสิกส์ เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาค ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 5 แผน 22 ชั่วโมง (ที่มีประสิทธิภาพ 75/75)  2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน วิชาฟิสิกส์ เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาค ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 เป็นแบบเลือกตอบชนิด 5 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 3) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ
ผลการวิจัย พบว่า
1) แผนการ จัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบซิปปา เรื่องฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาค        มีประสิทธิภาพ 79.26/75.19 และค่าดัชนีประสิทธิผล ของแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา 79.26/75.19 เท่ากับ 0.5732 หมายความว่าผู้เรียนมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นหลังจากที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ ตามรูปแบบซิปปา คิดเป็นร้อยละ 57.32
2) นักเรียนที่เรียนโดยแผนการจัดการเรียนรู้ ฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาค ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 โดยใช้วิธีการสอนแบบซิปปา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมเรียนรู้ตาม รูปแบบซิปปา เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาค โดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมาก
คำสำคัญ: ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ , ฟิสิกส์นิวเคลียร์และฟิสิกส์อนุภาค, วิธีการสอนแบบซิปปา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น